วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

#todobaku { crochet dolls }。🧸

allbaku weekly | week 10 ; dolls
title : crochet dolls。🧸
pairing : todoroki x bakugou
________________________________


เขาโดนกักบริเวณ

แถมยังโดนยึดมือถืออีกต่างหาก!

ก่อนหน้านี้ บาคุโก คัตสึกิ โดนแม่จับได้เรื่องที่หลอกว่าปิดเทอมนี้จะไปเรียนไวโอลิน แต่ที่จริงดันแอบหนีไปหาแฟนหนุ่มที่หอทุกวันช่วงที่อีกคนทำงานพิเศษช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เมื่อโดนจับได้ตอนที่กำลังเตรียมเสื้อผ้าเพื่อไปนอนหอแฟนคืนนี้(โกหกแม่ว่าคลาสไวโอลินเลิกดึก แต่ถุงยางดันร่วงออกจากกระเป๋าเลยไม่เนียน) เขาก็ทิ้งบอมพ์เป็นประโยคชวนโดนโบกกับแม่ไว้ดังนี้ว่า


'ก็คนมันคิดถึงนี่หว่า ถ้าบอกว่าจะไปหาโชโตะทุกวันช่วงปิดเทอม จะให้ไป?'


พอฟังจบ ยัยป้าถึงขั้นหัวร้อนจนโบกจริงๆเข้าให้หนึ่งทีจนเขาหัวสั่น ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบโต้อะไร ภาพเบื้องหน้าพลันดับมืด ตัวเขาถูกคนๆหนึ่งตะครุบไว้ด้วยผ้าห่มผืนหนา ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองโดนขยุมเป็นก้อนๆแล้วลอยวืดขึ้นในอากาศเหมือนกำลังมีใครอุ้มเขาอยู่ บาคุโกดิ้นสุดชีวิตพร้อมกับร้องว๊ากในความมืดไปด้วย จนในที่สุดตัวการที่รวบเขาไว้ในอ้อมแขนก็ส่งเสียงขึ้นมาได้เสียที


"คะ.. คัตสึกิ พ่อขอโทษนะลูก แม่เขากำลังโมโห ตะ.. ตามน้ำแม่เค้าไปก่อนนะ"


ตามน้ำกับผีสิโว้ย!!!!!!!!!



ตุ้บ!

ร่างของเขาถูกโยนลงบนเตียงตามมาด้วยเสียง 'กริ๊ก' ของการโดนล็อคกุญแจจากด้านนอกห้องนอนของตัวเอง ร่างบางรีบร้อนเอาก้อนผ้าห่มออกจากตัวก่อนที่จะวิ่งไปที่หน้าประตูด้วยหัวที่เดือดปุดๆราวกับน้ำร้อน สองมือทุบประตูจากด้านในจนกลัวว่ามันจะแหลกคามือ


"ยัยป้า! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะโว้ย!"

เสียงหนึ่งดังมาจากอีกฟากของประตู "กักบริเวณ ห้ามออกจากบ้านสองอาทิตย์"

"เดี๋ยวนะ!! กักบริเว----"

"ตอนเช้าจะปล่อยให้ลงมากินข้าว แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คิดจะหนีไปหาโทโดโรกิคุงล่ะก็ ฉันจะยึดมือถือแก!"


สรุปว่าอีกหนึ่งวันหลังจากคำขู่นั้นของยัยป้า เขาก็แอบหนีไปหาไอ้เวรครึ่ง และโดนแม่ยึดมือถือเข้าให้จริงๆ

ร่างบางกระฟัดกระเฟียดอยู่ในภายในห้องคนเดียว ปากก็สบถด่าคำหยาบทุกคำที่มีอยู่บนโลกใบนี้และตัวเองพอจะนึกได้ออกมาเพื่อระบายอารมณ์ ขาเรียวเตะข้าวของระเกะระกะในห้องนอนที่โดนพ่อบังเกิดเกล้าตัวดีจับโยนเข้ามาอีกครั้ง ก่อนจะเตะไปโดนกล่องกระดาษใบใหญ่ใบหนึ่งที่แอบอยู่ใต้เตียง กล่องไหมพรม..

ก่อนหน้านี้ช่วงที่แอบหนีไปหาแฟนบ่อยๆ ไอ้เวรครึ่งนั่นมักจะพาเขาไปเยี่ยมคุณแม่ของตัวเองที่โรงพยาบาลอยู่เสมอ พออีกคนปลีกตัวไปทำงานเขาก็เบื่อจนไม่รู้จะทำอะไร คุณแม่ที่เห็นคนรักของลูกชายหันรีหันขวางไม่รู้จะทำอะไรดี เลยส่งยิ้มอบอุ่นให้แล้วชวนมาฝึกถักไหมพรมด้วยกันเพื่อแก้เบื่อ

บาคุโกตอบตกลง


'ลองถักอะไรน่ารักๆให้โชโตะคุงดูสิจ๊ะ รายนั้นน่ะต้องดีใจแน่ๆ'


นับตั้งแต่นั้นมาเขาก็เริ่มมีทักษะการถักไหมพรมอยู่บ้าง และเริ่มซื้อไหมพรมสีน่ารักๆมาถักเล่นตอนที่ว่างและไม่รู้จะทำอะไร ตอนนั้นแม่เขาตกใจและตามมาด้วยหัวเราะลั่นทันทีที่เห็นลูกชายตัวเองซื้ออุปกรณ์สำหรับถักโครเชต์ แต่ในตอนนี้มันเหมาะกับเขาที่โดนกักบริเวณและยึดมือถือเอามากๆ

ไหมพรมหลากสีถูกเทออกมาจากกล่องกระดาษใบใหญ่ นัยน์ตาสีทับทิมกวาดมองหาสีที่ต้องการก่อนจะหยิบไหมพรมและเข็มสำหรับถักโครเชต์มาเรียงกันไว้ด้านหน้าของตัวเอง สองมือเริ่มจัดการถักสิ่งที่คิดไว้ในหัวเงียบๆ

ผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมง เจ้าก้อนไหมพรมทรงกลมอันเล็กที่ครึ่งนึงใช้ไหมพรมสีแดง และอีกครึ่งนึงใช้ไหมพรมสีขาวถักก็เสร็จเรียบร้อย เขาใช้ไหมพรมสีดำและสีเขียวมิ้นต์ปักเป็นดวงตาลงไปบนก้อนไหมพรมอันนั้น ให้ดูเหมือนเป็นตุ๊กตาที่เป็นหน้าของใครบางคนขึ้นมา

ภายในสองอาทิตย์ ถ้าคิดถึงไอ้เวรครึ่งนั่นหนึ่งครั้ง ก็ถักหนึ่งตัว เอาแบบนี้ละกัน



สองอาทิตย์ผ่านไป

ครบสองอาทิตย์เสียที ร่างบางอาบน้ำแต่งตัวแล้วเตรียมตัวออกจากบ้านเพื่อจะไปยืดเส้นยืดสาย ในอ้อมแขนมีลังกระดาษใบใหญ่ที่ถูกผนึกไว้ด้วยเทปใสอย่างดี บนหลังยังมีกระเป๋าเป้อีกใบหนึ่ง เส้นทางที่จะมุ่งหน้าไปคือหอพักของแฟนหนุ่มหน้าเด๋อที่ไม่ได้เจอกันมาพักใหญ่ ถึงคิ้วจะขมวดไปหน่อยเพราะวันนี้นึกโมโหยัยป้าที่เล่นกักตัวเขาไว้ตั้งนาน แต่ในใจก็อดเต้นตึกตักไม่ได้

วันนี้เป็นวันหยุดพอดี โทโดโรกิ โชโตะ จึงไม่ต้องไปทำงานพิเศษ ร่างโปร่งที่อยู่ในชุดสบายๆลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อมาเปิดประตูทันทีที่ได้ยินเสียงกดกริ่ง เมื่อประตูเปิดออกก็เผยให้เห็นคนขี้โมโหของเขาที่ไม่เห็นหน้ามานาน ในใจพลันคิดว่าวันนี้ก็แต่งตัวน่ารักอีกแล้ว นัยน์ตาสองสีส่งยิ้มอบอุ่นราวแสงอาทิตย์ในหน้าหนาวให้อีกคนก่อนจะสวมกอดแนบแน่นจนอากาศยังแทรกผ่านไปได้ลำบาก ลังในอ้อมแขนบาคุโกร่วงตุ้บ ถึงกระนั้นคนที่กอดเขากลมก็ยังคงกอดและซุกจมูกที่ตรงนั้นทีตรงนี้ทีอย่างไม่คิดจะสนใจสิ่งรอบข้าง


"บาคุโก คิดถึงจัง"


อึก.. ไอ้เวรนี่ เข้าไปข้างในก่อนไม่ได้หรือไงวะ!

ร่างเพรียวขัดขืนสะบัดตัวเองออกจากอ้อมแขน สองมือดันเจ้าของอ้อมกอดเมื่อครู่เข้าไปในห้อง เมื่อปิดประตูลงกลอนเสร็จก็จัดการเปิดซิปกระเป๋าเป้ที่เขาสะพายมาจากบ้าน พร้อมทั้งหยิบคัตเตอร์จากในเป้มากรีดเทปใสเปิดลังกระดาษที่หอบมาด้วย โทโดโรกิที่ยืนมองอยู่งงเป็นไก่ตาแตก ก่อนจะยิ่งงงกว่าเดิมตอนที่เห็นอีกคนเทก้อนอะไรบางอย่างให้กลิ้งหลุนๆออกมาจากเป้และจากในลัง ตุ๊กตาไหมพรมก้อนเล็กๆหลายก้อนที่ดูยังไงก็เป็นหน้าเขาชัดๆพากันกลิ้งออกมามากมายราวกับฝูงแกะออกมาวิ่งเล่น นับๆดูแล้วคงไม่ต่ำกว่าสองร้อยก้อนแน่ๆ

บาคุโกสูดลมหายใจเข้า กลีบปากบางเอ่ยเสียงกึ่งตะโกนที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว ใบหูขาวผ่องขึ้นสีแดงเรื่อ


"สองร้อยเจ็ดสิบแปดตัว! ห้ามทิ้ง!!!"



_______________________________

อยากเขียนฟิคส่งออลคัตวีคลี่แต่พล็อตตัน ผลที่ได้เลยออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ ฮือ5555555555555 เพิ่งจะเขียนส่งวีคนี้เป็นวีคแรกด้วย คัตที่ถักไหมพรมเป็นนี่โมเอ้มากเลยในความคิดเรา ;^; เลยออกมาเป็นวันช็อตสั้นๆงงๆแบบนี้เพราะสนองนี้ดตัวเองที่อยากเห็นคัตถักไหมพรมค่ะ งื้ดๆ

278ตัวอาจจะดูน้อยไปหน่อย แต่คัตคิดถึงเจ้าโชโตะเยอะกว่านั้นแน่นอนค่ะ แค่มือมันถักไวได้เท่านี้5555555555

สกรีม ติชมได้ที่ >> https://twitter.com/meionice99s นะคะ🧸💕

วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

#wangxian《heartbeat》。♡

title : heartbeat
pairing : lanwangji x weiwuxian
(warning! ; ระวังลื่นกาวนะคะ!!!!)
_____________________________________

ค่ำคืนดึกสงัด มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ปลิวไสวในอากาศเพียงเท่านั้น ลมหนาวในวสันต์ฤดูแม้นไม่อาจทำให้ใครตาย หากแต่ก็ทำให้กายเนื้อหนาวสั่นจนทนไม่ไหวได้ หลานวั่งจีที่หลับไปได้สองสามชั่วยามตื่นมากลางดึกจากความหนาวที่ปลายเท้า ฝ่าเท้าทั้งสองและนิ้วเท้าทั้งสิบเย็นเฉียบจนร่างกายเผลอสั่นไหวเล็กน้อย หางตาพลันเหลือบไปสำรวจร่างบางที่นอนอยู่ข้างกายว่าผ้าห่มหนาพอหรือไม่ทันที หากแม้อีกคนมีท่าทีว่านอนไม่สบายหรือหนาวเพียงนิด เขาก็ยินดีจะลุกออกจากที่นอนกลางดึกเพื่อไปหาผ้าห่มมาเพิ่ม และจะขยับขยายท่านอนเพื่อให้อีกคนรู้สึกสบายขึ้นแบบไม่อิดออดเลยสักนิดเดียว

เข้าปีที่ 19 แล้วหลังจากเหตุการณ์มากมายที่ผ่านมา 13 ปีที่เขาเคยเฝ้ารอให้เว่ยอู๋เซี่ยนกลับมาสู่อ้อมกอดของเขา เฝ้ารอเจอดวงหน้างดงามสดใส รอยยิ้มเจิดจ้าดั่งดวงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิคราวที่ร่ำเรียนอยู่ในกูซูยังคงติดอยู่ในดวงตาและหัวใจราวสลักไว้ พอหลับตานอนเมื่อใดก็คล้ายกับจะแว่วเสียงหัวเราะน้อยๆของอีกคนดังก้องโสตประสาต หลานวั่งจีจ่อมจมอยู่กับภาพและความทรงจำเหล่านั้นมาสิบกว่าปี ความรู้สึกผิดที่ช่วยอีกคนไว้เมื่อครานั้นไม่ได้ก็ยังคงตราตรึงอยู่ในใจคล้ายตราบาป จากวันนั้นผ่านมากว่า 6 ปี เขาก็ยังลืมความรู้สึกนั้นไม่ได้ แม้เว่ยอู๋เซี่ยนจะบ่นหลายรอบแล้วว่าอย่าเก็บเรื่องในอดีตมาคิดมากก็ตามที

นัยน์ตาสีทองเรืองวาบในความมืด หลานวั่งจีลุกขึ้นนั่งมองดวงหน้าขาวผ่องที่หลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องรู้ราว ร่างบางนอนหลับอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาดูอบอุ่น หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอดูท่าทางหลับสบาย ขนตายาวเป็นแพชวนให้คนที่นั่งจ้องอยู่รู้สึกคันยิบๆที่หัวใจอยู่ในที จนอดไม่ได้ที่จะโน้มกายลงไปจูบอย่างอ่อนโยนที่เปลือกตาอีกคนด้วยความรักใคร่เหลือคณา หลานวั่งจีที่คิดว่าเว่ยอู๋เซี่ยนจะต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาทำเสียงงัวเงียใส่แล้วบ่นเขาที่รบกวนเวลานอนแน่ๆ แต่ร่างบางกลับนอนนิ่งไม่ขยับแม้แต่นิด มีเพียงหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงช้าๆจากการหายใจเข้าออก หัวใจหลานวั่งจีเผลอกระตุกวูบ ความรู้สึกที่ว่าคนที่นอนอยู่ตรงนี้จะหายไปเมื่อไหร่ก็ได้แล่นผ่านสมอง เหตุการณ์ในอดีตพรั่งพรูเข้ามาจนร่างสูงเผลอตัวสั่นเบาๆด้วยความกลัว


กลัวว่าอีกคนจะหนีเขาไปอีก


หลานวั่งจีค่อยๆโน้มตัวลง เอาหูข้างซ้ายแนบลงตรงหน้าอกข้างซ้ายของอีกคน ที่ๆเขาจะได้ยินเสียงเต้นของหัวใจ เสียงที่แสดงว่าดวงอาทิตย์ดวงนี้ของเขายังไม่ได้จากไปไหน ยังนอนเคียงข้างเขาอยู่ที่ตรงนี้ และจะไม่มีวันไปไหนอีกตลอดกาล

หากแม้ดวงอาทิตย์ของเขาจะหายไปไหนอีก เขาก็จะไม่ยอมแพ้ แม้ต้องดีดฉินถามวิญญาณจนนิ้วกุด แม้จะต้องรอไปอีกกี่สิบกี่ร้อยปี เขาก็จะตามอีกคนกลับมากอดแนบอกให้จงได้


"เว่ยอิง"

เสียงทุ้มเรียกอีกคนเสียงแผ่ว ก่อนจะรู้สึกถึงสัมผัสบางเบาที่แตะลงบนศีรษะของเขา ที่ยังแนบอยู่บนอกบางไม่ยอมลุกไปไหน


"อืม.. ข้าอยู่นี่ หลานจ้าน"


__________________________________

อะไรก็ไม่รู้ค่ะ แง้55555555555555555 แต่งเพราะอยู่ดีๆก็อยากแต่งขึ้นมา แล้วก็เผลอบรรยายยาวไปจนสุดท้ายไม่รู้จะตัดตรงไหนออกดี มันก็เลยจะดูล้นๆแปลกๆนิดนึงนะคะ แค่มีคนหลงเข้ามาอ่านเราก็ดีจัยมากแร้ว💕

สกรีมหรือติชมได้ที่ >> https://twitter.com/meionice99s นะคะ💜

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ชั่ววูบโทโดบาคุ

title : กลิ่น {ABO}
pairing : todoroki x bakugou

________________________________


"นี่ ไอ้ครึ่งๆ"


"...?"


"ตอนฉันฮีท กลิ่นฉันมันเป็นยังไงวะ เป็นกลิ่นอะไรที่แปลกๆหรือเปล่า"



ริมฝีปากบางเอ่ยคำถามชวนฉงน เพราะตอนที่เขาฮีทขึ้นมาก็ไม่ค่อยจะมีสติเท่าไหร่ เลยไม่ได้อาศัยจังหวะนั้นสังเกตหรือดมกลิ่นว่าฟีโรโมนของตัวเองเป็นแบบไหน แม้แต่กลิ่นของโอเมก้าด้วยกันคนอื่นเวลาฮีทเขาก็ไม่เคยได้กลิ่น คงจะเป็นเพราะต้องระมัดระวังเรื่องพวกอัลฟ่าคนอื่นๆด้วยล่ะมั้ง



"ทำไมอยู่ๆก็สงสัยขึ้นมาล่ะ"


"ก็ต้องอยากรู้เป็นปกติไม่ใช่เหรอ ดมเองก็ไม่ได้นี่หว่า คนได้กลิ่นมันคือแกนะ"



เจ้าของนัยน์ตาสองสียิ้มฉายแววอบอุ่นปนเอ็นดู พลางคิดในใจว่าคำถามแบบนี้มันช่างน่ารักสมกับเป็นบาคุโกของเขาจริงๆ



"ก็.. คงจะกลิ่นคล้ายๆโซบะในน้ำซุปร้อนๆล่ะมั้ง"


"หา!? นี่แกจินตนาการเอาเองหรือป่าววะ หรือชอบกินของแบบนั้นมากจนเพี้ยนไปแล้ว?"


"อืม.. ก็นะ เป็นกลิ่นโซบะหอมอ่อนๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะท่ามกลางสวนดอกกุหลาบสีแดงเป็นหมื่นๆดอก"


"..."


"มีลมเย็นสบายพัดมาเบาๆด้วยนะ คงประมาณนี้แหละ"



บาคุโกงงเป็นไก่ตาแตก มันเป็นกลิ่นแบบไหนกันวะนั่น คำอธิบายของคนที่นอนทำหน้าเด๋อๆอยู่ข้างกันทำเอาเขามึนไปสักพักเพราะต้องลองวิเคราะห์ภาพนั้นอยู่ในหัว ถ้าไปยืนอยู่ท่ามกลางดอกกุหลาบตั้งเป็นหมื่นๆดอก ต่อให้มีชามโซบะอยู่หน้าก็คงไม่ได้กลิ่นเท่าไหร่มั้ง ไอ้บ้านี่บอกว่าเป็นแค่กลิ่นอ่อนๆด้วย ยิ่งมีลมพัดมาอีก แบบนั้นก็คงได้แค่กลิ่นของดอกกุหลาบไม่ใช่หรือไง ก็มีเยอะซะขนาด...


เอ๊ะ..?


โทโดโรกิยิ้มมุมปาก เมื่อร่างบางรู้ความหมายของคำพูดพวกนั้นก็หันมาตีไหล่เขาดังป้าบ ถึงจะเจ็บแต่ก็เอ็นดู แขนแกร่งดึงคนตาขวางตรงหน้าเข้ามากอดแนบอก กอดรัดฟัดเหวี่ยงด้วยความมันเขี้ยวเกินจะบรรยาย



"ไอ้เวรนี่! พูดให้มันเข้าใจง่ายกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไงวะ!"


"ฮะๆๆ"



เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆด้วยความเอ็นดู มือบางรีบดึงผ้านวมขึ้นมาคลุมโปง ใบหน้าเห่อร้อนเพราะความ.. เขิน? พออุณหภูมิที่หน้าร้อนขึ้นมาที่ตัวก็พลันร้อนตามไปด้วย จนใต้ผ้าห่มเหมือนอยู่ในเตาอบยังไงยังงั้น ส่วนร่างบางที่นอนขดอยู่ในกองผ้าห่มผืนหนาก็เลยกลายเป็นเหมือนก้อนขนมปังที่โดนความร้อนจนส่งกลิ่นหอมอ่อนๆออกมา คนขี้แกล้งสูดกลิ่นดอกไม้ของเจ้าก้อนขนมปังเข้าไปเต็มปอด อ้อมแขนแกร่งโอบรอบเอวบางของบาคุโกที่ยังเขินไม่หายก่อนจะฟัดเข้าให้อีกรอบ



"กลิ่นกุหลาบของนาย ฉันอยากได้กลิ่นมันแค่คนเดียวจัง"


ก้อนขนมปังก่อนนั้นเปล่งเสียงอู้อี้ดังออกมาจากผ้าห่ม "มันก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง ไอ้บ้าครึ่งๆ"




_____________________________________

ชั่ววูบเก่งงงงงงง อาจจะมีศัพท์แปลกๆงงๆไปบ้างเพราะตอนแต่งเราเบลอค่ะ5555555555 นั่งอยู่บนรถสองแถวแล้วก็มองนู่นมองนี่ไปเรื่อย เลยได้วันช็อตสั้นๆเรื่องนี้ออกมา(?) หวังว่าจะชอบกันนะคะ ; ^ ;

สกรีมหรือติชมได้ที่ >> https://mobile.twitter.com/meionice99s นะคะ💙❤

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2562

#wangxian ชั่ววูบวั่งเซี่ยน

title : { truth or dream } #wangxian
☁️ wwx w/ little lwj ☁️

_______________________________

หนาว ตอนนี้เขารู้สึกหนาวเหลือเกิน แต่ทั้งๆที่หนาวจนแทบขาดใจ เหงื่อกาฬกลับแตกซ่านท่วมร่างจนรู้สึกไม่สบายตัว ร่างกายบิดเร่าดิ้นไปมาบนเตียงใหญ่ หอบหายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงไวมากกว่าปกติเป็นเท่าตัว

อาจจะเป็นเพราะการหักโหมฝึกวิชามารมากเกินพอดี จนทำให้ดวงจิตอยู่ในสภาพที่ไม่ปกติมากนัก ครั้งหนึ่งเมื่อหลับตาและเข้าสู่ห้วงนิทรา เว่ยอู๋เซี่ยนที่ ณ เวลานี้ถูกผู้คนขนานนามว่า 'ปรมาจารย์อี๋หลิง' ก็จมดิ่งลึกลงสู่ห้วงภพที่ดำมืดแทบมองไม่เห็นสิ่งใดแม้แต่มือของตนเอง ผ่านไปครู่หนึ่งแม้ปลายก้านธูปก็ยังไม่ทันไหม้ เบื้องหน้าพลันปรากฏภาพทิวทัศน์ที่คุ้นตาหากแต่ก็จำแทบไม่ได้ว่าเคยเห็นมาเมื่อใด สัญชาตญาณพาสองขาเรียวก้าวออกไปช้าๆ คิ้วสวยขมวดชัดเป็นปมเมื่อต้องการจะนึกให้ออกว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใดกันแน่

สายลมฤดูหนาวพัดโชยมาวูบหนึ่ง แขนสองแขนจึงยกขึ้นมากอดตัวเองไว้โดยอัตโนมัติ ทางเบื้องหน้าของเว่ยอู๋เซี่ยนมืดมนไร้แสงไฟใดๆ มีเพียงแสงจันทร์และแสงดาวที่คอยนำทางเท่านั้น เขาเดินไปทางซ้ายทีขวาทีอย่างไร้จุดหมาย คิดแค่เพียงว่านี่ก็คงคล้ายๆกับความฝัน หากรออีกสักหน่อยก็คงตื่นขึ้นมาและหลุดออกจากห้วงภพที่คุ้นตาแต่ก็แปลกประหลาดแห่งนี้เสียที

เดินอย่างไม่รู้จุดหมายมาสักพัก เว่ยอู๋เซี่ยนก็พบเข้ากับภูเขาสูงตระหง่านลูกหนึ่ง บนเนื้อหินแข็งๆปรากฏข้อห้ามมากมายที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี ต่อให้จะจำสิ่งที่สลักไว้บนนั้นไม่ได้เลยก็เถอะ แต่ใครจะไปลืมว่ามีกฎบ้าบอมากมายกว่าสามพันข้ออยู่ที่นี่ได้ลงคอ เว่ยอู๋เซี่ยนแค่นหัวเราะหึ นึกขำกับความโง่ของตัวเองที่ดันนึกที่ที่ตัวเองเหยียบอยู่แห่งนี้ไม่ออกตั้งแต่แรก

อวิ๋นเซินปู้จือชู่

เมื่อพบแสงไฟดวงเล็กๆตามทางเดิน สองเท้าก็ค่อยๆก้าวเข้าสู่อีกด้านของกูซูที่เป็นที่พำนักของสกุลหลาน เขาไม่รู้ว่าปีที่ดวงจิตของเขาหลุดเข้ามาตอนนี้คือปีที่เท่าไหร่ หลานจ้านกับหลานซีเฉินอาจจะยังไม่เกิด เอ.. หรือแม้แต่หลานฉี่เหรินก็อาจจะยังไม่เกิดเลยก็ได้

ขณะที่คิดเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่นั้น หางตาก็พบเข้ากับเงาเล็กๆตรงบริเวณหน้าห้องห้องหนึ่งที่ดูใหญ่โตโอ่อ่าอยู่ไม่น้อย ร่างเล็กนั้นสวมชุดคลุมกันหนาวตัวหนาที่ทำจากฝ้ายจนเหมือนถูกคลุมไว้ด้วยผ้านวมลายเมฆขนาดพอดีตัว ยืนอยู่ตรงนั้นนิ่งๆไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย เว่ยอู๋เซี่ยนเห็นเพียงแผ่นหลังของเด็กคนนั้น แต่ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดหรือมีตำแหน่งเป็นลูกเต้าเหล่าใครในสกุลหลาน แต่ถึงจะไม่รู้ ในใจกลับรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวเหลือคณาจากแผ่นหลังเล็กจ้อยร่อยนั่น รู้ตัวอีกทีสองขาก็พาร่างของเขามาถึงด้านหลังของร่างเล็กนั้นเสียแล้ว

"เจ้า.. มายืนทำอะไรตรงนี้กันหรือ" เว่ยอู๋เซี่ยนส่งเสียงทัก พลันดวงตาสุกใสก็หันขวับมาทางเขาก่อนจะส่งสายตาเป็นเชิงสงสัยอย่างรุนแรงจนเห็นได้ชัด

นี่มัน.. หลานจ้าน?

หลานจ้านตัวน้อยเองหรือนี่ ตัวเล็กเพียงแค่ไม่ถึงต้นขาของเขาเท่านั้นเอง ดูท่าทางแล้วน่าจะอายุสักห้าหกขวบ แต่ท่าทางกลับดูสุขุม สงวนกิริยาท่าทางจนเกินจะเชื่อว่าเป็นเด็ก นัยน์ตาสีทองสั่นไหวเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาตอนนี้เป็นใครและเข้ามาได้อย่างไรกันแน่

"ท่านคือผู้ใด อวิ๋นเซินปู้จือชู่ไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาในยามวิกาล" ขาเล็กๆถอยหลังก่อนพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาแข็งกร้าวเหมือนตอนที่เขาหิ้วเทียนจื่อเซี่ยวสองไหเข้ามากลางดึกวันนั้นไม่มีผิด เว่ยอู๋เซี่ยนแค่นหัวเราะ

"เจ้าว่าแต่คนอื่นแอบเข้ามาในยามวิกาล กฎสกุลหลานบ้านเจ้า มิใช่ว่าคนในก็ห้ามออกมาข้างนอกในยามวิกาลด้วยหรอกหรือ"

"นั่นมัน.." ร่างเล็กหมดทางสู้ หลบสายตาเขาเป็นพัลวัน

"แบบนี้เจ้ายังมีหน้ามาว่าผู้อื่นอีก" คนตัวสูงกว่าย่อตัวลงมาให้คนตัวเล็กอยู่ในระดับสายตาพอดี "หลานเอ้อกงจื่อ แล้วเจ้ามาทำอะไรตรงนี้กลางดึกกันหรือ อากาศหนาวเช่นนี้เจ้าไม่หนาวหรืออย่างไร หากไม่สบายขึ้นมาใครจะดูแลเจ้า คนสกุลหลานน่ะยุ่งยิ่งกว่าพ่อค้าในตลาดเสียอีก"

สองมือเรียวขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะกระชับเสื้อคลุมตัวหนาให้เด็กน้อย คนที่โดนถามเมื่อได้ยินคำที่เรียกตัวเองจากปากคนแปลกหน้าก็พลันเบิกตาโพลงจนแทบหลุดออกมาจากเบ้า

"เหตุใดท่านถึงรู้ว่าข้าเป็นใคร? ท่าน.. ท่านเป็นใคร?"

"ข้าน่ะหรือ? ข้าก็คืออี๋หลิงเหลาจู่ผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่เจ้าพวกสุนัขเวินหมื่นตัวก็มิอาจสู้ข้าได้อย่างไรเล่า ฮ่าๆๆ" เว่ยอู๋เซี่ยนพูดกลั้วเสียงหัวเราะ แต่สิ่งที่ได้รับมากลับเป็นสายตางุนงงสงสัยของหลานจ้านตัวน้อย เขาเงียบลง มือบางยื่นไปลูบหัวเด็กน้อยตรงหน้า ก่อนจะเปล่งเสียงพูดแผ่วเบา

"เจ้า.. เรียกข้าว่าเว่ยอิงเถอะ"




ผ่านไปสักพักนับตั้งแต่ที่เจอกันเมื่อครู่ เว่ยอู๋เซี่ยนก็ทำสัญญาตกลงกับหลานจ้านว่าหากไปฟ้องคนในสกุลว่าเขาแอบเข้ามา เขาก็จะไปฟ้องกลับเหมือนกันว่าหลานจ้านออกมาวิ่งเล่นยามดึกในฤดูหนาวแบบนี้ ขัดต่อกฎของสกุลหลานข้อใดสักข้อเช่นกัน หลานจ้านตัวน้อยจึงยอมรามือ มาคิดดูอีกทีคงเพราะเป็นเด็กจึงไม่อยากโดนลงโทษเท่าใดนัก หากเป็นตอนโตคงไม่ใช่แบบนี้เด็ดขาด เว่ยอู๋เซี่ยนนึกถึงตอนหลานจ้านยอมรับโทษโดนโบยห้าสิบไม้อย่างไม่อิดออดแล้วก็อดชื่นชมขึ้นมาไม่ได้

"เมื่อครู่เจ้ายังไม่ตอบข้าเลย ว่าเหตุใดจึงแอบออกมากลางดึกเช่นนี้" ร่างบางแอบย่องเข้ามาในห้องนอนของหลานจ้านโดยที่เจ้าตัวเองก็ดูไม่ค่อยเต็มใจมากนัก

"มีเหตุผลที่ข้าต้องบอกท่านด้วยหรือ?" เสียงเล็กตอบกลับอย่างดื้อดึง

"ข้าเป็นศิษย์พี่ของเจ้า เหตุผลเท่านี้พอหรือไม่?"

"หึ.. ไร้สาระ"

คำนี้แหละหลานจ้านของแท้ เว่ยอู๋เซี่ยนนึกขำ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ เจ้าก็เป็นเช่นนี้เสมอ

"นั่นน่ะ.. ห้องของแม่เจ้าใช่หรือไม่"

หลานจ้านเงียบไป นัยน์ตาสีทองนิ่งสนิทไม่ปรากฏภาพใดๆ มีเพียงแสงจันทร์สีนวลเปล่งแสงเข้ามาเล็กน้อยจากช่องไม้ของเรือนพำนัก ตกกระทบกับดวงตากลมโตดวงน้อยที่วาววับเคลือบด้วยน้ำสีใสอยู่บางๆ

เขาก็เงียบไปเช่นกัน มานึกๆดูดีๆแล้วช่วงห้าหกขวบนี้เหมือนจะเป็นช่วงที่หลานจ้านเสียท่านแม่ไป เด็กน้อยไม่รู้ประสาคงจะเฝ้ารออย่างมีความหวังว่าห้องที่ว่างเปล่าห้องนั้น สักวันคนที่ตัวเองเฝ้ารอคงจะกลับมามอบรอยยิ้มและอ้อมกอดอบอุ่นให้ดังวันเก่าเหมือนอย่างเคย แผ่นหลังจ้อยร่อยที่เขาเห็นในตอนแรกของห้วงฝันนั้นช่างว่างเปล่าเหลือเกิน ทั้งว่างเปล่าและเงียบเหงาจนสงสารจับใจ

เว่ยอู๋เซี่ยนยิ้มน้อยๆ แล้วส่งเสียงเรียกคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสดใส

"นี่ หลานเอ้อกงจื่อ ให้ข้ากอดเจ้าสักทีจะได้หรือไม่"

"นะ.. นี่ท่านพูดอะไรของท่าน" หลานจ้านตัวน้อยทำท่าทีระแวง เอนหลังหนีเขาไปเล็กน้อย

"กอดทีเดียวก็ไม่ได้หรือ ข้าแค่เป็นคนรักเด็กน่ะ ไม่ทำอะไรเจ้าหรอก เอ.. หรือจะให้ข้าไปบอกคนในสกุลหลานเรื่องที่เจ้าแอบออกไปนอกที่พักยามวิกาล.."

"..."

หลานจ้านฟึดฟัดเล็กน้อย เล็กน้อยจนเว่ยอู๋เซี่ยนแทบจะมองไม่ออก เจ้าเด็กคนนี้นี่.. ความสามารถเก็บสีหน้าได้ดีนี่มีมาตั้งแต่ตัวเท่าเม็ดก๋วยจี๊นี่เลยหรืออย่างไรกัน

"มาตรงนี้" เขาตบเบาๆตรงบริเวณที่นอนของคนตัวเล็ก ที่เขาถือวิสาสะขึ้นมานอนเมื่อกี้โดยไม่ได้เอ่ยปากขออนุญาตเจ้าตัวสักคำ

"มาใกล้ๆข้าหน่อย ข้ากอดเจ้าไม่ถนัด"

"..."

หลานจ้านค่อยๆขยับตัวมาใกล้ๆเขาอย่างกระมิดกระเมี้ยน เชื่องช้าอ้อยอิ่งจนเว่ยอู๋เซี่ยนเริ่มหงุดหงิด เขาจึงยื่นสองแขนเข้าไปดึงเด็กน้อยเข้ามากอดเองซะเลย

"ฮะฮ่า! จับเจ้าได้แล้ว!" ร่างบางหัวเราะเสียงใส

"ท่าน! ปล่อยข้า!"

"ปล่อยทำไมเล่า เมื่อครู่ที่เจ้าขยับเข้ามามิใช่ว่าตกลงให้ข้ากอดแล้วหรอกหรือ?" เว่ยอู๋เซี่ยนพูดกลั้วหัวเราะก่อนจะก้มมองคนตัวเล็กในอ้อมแขน พวงแก้มใสนุ่มนิ่มปรากฏอยู่เบื้องหน้า ดวงตากลมโตส่งสายตาว่าไม่พอใจให้เขาเล็กน้อย หูเล็กๆขึ้นสีแดงเรื่อ "เช่นนี้เป็นอย่างไร ข้าแอบเข้ามาบ้านสกุลเจ้า ซ้ำยังมาทำให้เจ้าไม่สบายใจอีก คืนนี้ข้าจะร้องเพลงกล่อมเจ้านอน ดีหรือไม่?

"..."

"ดีหรือไม่ หลานเอ้อกงจื่อ?"

"อืม.."



กลางดึกคืนหนึ่งในกูซู ปรากฏภาพสองร่างนอนกอดกันหลวมๆบนที่นอน ผ้าห่มผืนใหญ่ถูกดึงขึ้นมาถึงหน้าอก อากาศที่หนาวเหน็บทำให้หลานจ้านตัวน้อยเผลอซุกตัวเข้ากับคนแปลกหน้าที่แนะนำตัวกับเขาว่าชื่อเว่ยอิงเพื่อหาความอบอุ่น ความอบอุ่นจากคนแปลกหน้าที่คุ้นเคยอย่างประหลาด จนไม่รู้สึกว่าต้องปฏิเสธหรือผลักไสไล่ส่งแต่อย่างใด

เสียงหวานค่อยๆเริ่มขับขานเสียงเพลงออกมาจากปาก พูดให้ถูกคือเว่ยอู๋เซี่ยนเปล่งเสียงร้องเพลงนี้ออกมาจากใจ เป็นทำนองเพลงที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของเพลงด้วยซ้ำ แต่สมองและส่วนลึกของความคิดกลับนึกเพลงนี้ออกมาได้ก่อนเพลงอื่นใดในโลก ทำนองที่คุ้นเคยทำให้ร่างบางนึกถึงเรื่องวันวาน ทั้งสกุลเวิน ถ้ำที่มีเต่าปีศาจ เสียงกู่ฉิน มือเรียวบางของใครบางคน ถุงหอมที่มีสมุนไพร พื้นหินเฉอะแฉะ บาดแผลและกลิ่นคาวเลือด เสียงเพลงเดียวกันแต่ในเวลานั้นกลับมิใช่เขาที่เป็นคนร้อง

'เว่ยอิง เจ้าห้ามหลับนะ'

'หากไม่อยากให้ข้าหลับ เจ้าก็ร้องเพลงให้ข้าฟังสักเพลงดีหรือไม่'

ราวกับทุกสิ่งพรั่งพรูออกจากทุกส่วนของร่างกายเพียงแค่เปล่งเสียงร้องเพลงๆนี้ เว่ยอู๋เซี่ยนน้ำตาคลอ แม้แต่ตัวเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าเขาร้องไห้เพราะเหตุใดกันแน่ หลานจ้านในอ้อมกอดเขาตอนนี้ช่างตัวเล็กเหลือเกิน หากในวันนี้หรือในวันข้างหน้า เขาสามารถเติมเต็มส่วนที่คนๆนี้ขาดไปได้ล่ะก็ คงจะดีอยู่ไม่น้อย ทว่าวิชามารที่เขาฝึกฝนในโลกปัจจุบัน เสียงผู้คนมากมายที่กู่ร้องเรียกเขาว่าอี๋หลิงเหลาจู่ เป็นเหมือนกระบี่คมปลาบที่ฟันเส้นทางของเราให้ขาดออกจากกันแล้วโดยสิ้นเชิง ในชาตินี้คงไม่บรรจบพบกันได้อีก ต่างฝ่ายต่างต้องเดินหน้าในวิถีของตนเอง ต้องมีชีวิตรอดและดิ้นรนในทางที่ถูกโชคชะตากำหนดเอาไว้

เว่ยอู๋เซี่ยนกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆอย่างอ่อนโยน เสียงลมหายใจของคนในอ้อมกอดเริ่มสม่ำเสมอและมั่นคง หลานจ้านเหมือนจะหลับไปแล้ว เขาร้องเพลงต่ออีกหน่อยจึงค่อยๆเข้าสู่ห้วงนิทราเช่นกัน



แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่อง ร่างบางครางน้อยๆในลำคอ เมื่อลืมตาตื่นภาพที่เห็นในม่านสายตาก็คือเหลียนฮวาอู้ที่เขาใช้พักพิงมาตั้งแต่เล็กจนโต เว่ยอู๋เซี่ยนเผลอก้มมองในอ้อมแขน คนตัวเล็กไม่ได้อยู่ตรงนี้อีกแล้ว เขาเหม่อลอย ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ฝืนยันตัวเองลุกขึ้นมาจากที่นอนที่เพิ่งมารู้สึกเอาเมื่อครู่นี้ว่ามันกว้างจนใจหาย ความอบอุ่นที่เพิ่งได้รับเมื่อคืนเหมือนยังติดอยู่ที่หน้าอกและปลายนิ้ว

คิดซะว่าเป็นฝันดีเรื่องหนึ่งก็แล้วกัน



☁️ ☁️ ☁️ ☁️ ☁️ ☁️ ☁️


อากาศหนาวเข้ากระดูกในตอนเช้ามืดปลุกให้คุณชายรองหลานตัวน้อยตื่นก่อนเวลาที่ควรจะตื่นในทุกวัน ดวงตากลมโตสีทองค่อยๆเปิดขึ้น มือเล็กดึงผ้าห่มขึ้นมาห่อร่างกายคลายหนาว เด็กน้อยมองซ้ายทีขวาที พลันคิดขึ้นมาได้ว่าอีกคนคงจะรีบออกไปก่อนด้วยความกลัวว่าคนในสกุลหลานคนอื่นๆจะตื่นมาเจอ

ความอบอุ่นจากร่างกายที่ได้รับจากคนแปลกหน้าเมื่อคืนค่อยๆเลือนหาย หากแต่เสียงหวานที่ขับขานทำนองเพลงไร้ชื่อและความอบอุ่นในใจคล้ายว่าจะยังคงอยู่ครบถ้วน มือน้อยข้างขวากุมเข้าที่หน้าอกข้างซ้ายแผ่วเบา เสียงหัวใจดวงน้อยดังตูมตามจนน่ากลัวว่ามันจะระเบิดออกมา

"เว่ยอิง.."




_____________________

ตกลงว่าเว่ยอิงย้อนกลับไปตอนที่หลานจ้านยังเด็กจริงๆ หรือเป็นแค่ความฝัน? ให้ทุกคนคิดตอนจบในแบบของตัวเองกันได้เต็มที่เลยค่ะ เย้ แต่งไปก็เอ็นดูก้อนหลานจ้านไปด้วย ตอนแต่งทำหน้าแบบนี้ค่ะ > uwu♡ /ตอนแรกแค่มีพล็อตชั่ววูบที่ช่วยกันคิดกับเพื่อน แต่งเสร็จกะจะอ่านกันสองคนแต่เพื่อนดันบอกให้ลงค่ะ เลยลงก็ได้5555555555555555555 ขอบคุณนังเพื่อนตัวดีที่ช่วยตรวจคำและแก้ไขให้ด้วยจ้า

สกรีม คอมเม้น ติชมได้ที่นี่นะคะ♡ >> https://www.twitter.com/meionice99s

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2562

#wangxian 《天子笑。♡》



____________________________________


หลานจ้านขโมยเทียนจื่อเซี่ยวของเขาอีกแล้ว..

ทั้งห้ามทั้งด่าไปหลายคราแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดเสียที ดื้อแพ่งอะไรเยี่ยงนี้

พอสบโอกาสทีไรก็ย่องมาขโมยไปทีละไหทุกที ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากแบ่งให้หรอกนะ เวลาเมาก็ช่างน่ารักว่าง่ายซะขนาดนั้น แต่ถ้ามาขโมยกันบ่อยๆแบบนี้ แล้วเวลาข้าอยากขึ้นมา จะเหลืออะไรไว้ให้ข้าดื่มกันล่ะ!

หลานวั่งจีที่กำลังเมาได้ที่นั่งหลังตรงแหน่วอยู่บริเวณโต๊ะสำหรับเขียนในหอคัดตำรา บนโต๊ะมีหนังสือเล่มนึงวางกางไว้อยู่ มือเรียวสวยค่อยๆพลิกหน้ากระดาษทีละหน้าจนเกิดเสียงแผ่วเบาชวนฟัง หากมองไกลๆก็จะเห็นเป็นภาพหานกวงจวินคนงามกำลังอ่านตำราความรู้อย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ถ้าหากเดินเข้าไปใกล้อีกนิดล่ะก็..

หนังสือภาพกามารมณ์

เว่ยอู๋เซี่ยนถึงกับตีฝ่ามือเข้าที่หน้าผากตัวเองดังป้าบ เจ้าดื่มเหล้าไม่พอ เวลานี้ยังมานั่งดูสมุดภาพนี่อีกงั้นหรือ อยากจะหัวเราะให้ฟันหลุดจริงๆ

"นี่ หานกวงจวิน"

นัยน์ตาสีทองละสายตาจากสิ่งตรงหน้าชั่วคราว แล้วจึงหันมามองตามเสียงเรียก พวงแก้มใสขึ้นสีระเรื่อจากพิษเหล้า

"เว่ยอิง.."

เว่ยอู๋เซี่ยนใช้มือเท้าเอวข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งชี้หน้าเจ้าหัวขโมยตาใสผู้นี้อย่างหาเรื่อง สูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด

"ถ้าหากคราวหน้าเจ้ายังขโมยเทียนจื่อเซี่ยวของข้ามาดื่มเช่นนี้อีก ข้าจะไปตะโกนให้ทั่วอวิ๋นเซินปู้จือชู่ ว่าหานกวงจวินผู้เคร่งกฏสามพันข้อนักหนา มาเวลานี้แอบดื่มเหล้าไม่พอ ยังมานั่งดูสมุดภาพกามารมณ์ในหอคัดตำราอีกด้วย!"

หลานจ้านนั่งนิ่ง เดาไม่ออกว่าฟังที่เขาพูดรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่อง ผ่านไปร่วมนาทีจึงค่อยๆขยับตัว ก้มศีรษะลงใต้โต๊ะคัดตำรา มือสวยควานหาบางสิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะโผล่หน้ากลับขึ้นมามองหน้าเขาด้วยสายตาเป็นประกาย

เทียนจื่อเซี่ยวไหนึงถูกยื่นมาตรงหน้า ดูจากน้ำหนักแล้วคงมีเหล้าอยู่เต็มไห เว่ยอู๋เซี่ยนงงงวยเป็นการใหญ่ กระพริบตามองหน้าคนเมาตาปริบๆ ก่อนจะได้ยินเสียงนุ่มทุ้มเปล่งออกมา

"เทียนจื่อเซี่ยว แบ่งเจ้าไหนึง"

"...."

"ช่วยแกล้งทำเป็น.. ไม่เห็นข้า อึ๊ก.. จะได้หรือไม่.."

"...."

เว่ยอู๋เซี่ยนใช้ฝ่ามือตบเข้าที่หน้าผากอย่างแรงเป็นครั้งที่สอง เขานิ่งไปสักพักจึงค่อยๆย่อเข่าลงมานั่งยองๆข้างๆคนเมา ก่อนจะรับเทียนจื่อเซี่ยวที่ถูกยื่นมาไหนั้นมาประคองไว้ด้วยสองมือ เสียงใสหัวเราะน้อยๆแล้วส่งยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย

"ฮะๆ น่ารักจริง.. อืม.. ได้สิ"

เฮ้อ หานกวงจวิน ถ้าท่านมามุกนี้ล่ะก็ เว่ยอู๋เซี่ยนผู้นี้ก็ไม่มีแรงอะไรจะไปสู้กับท่านอีกแล้วล่ะ


__________________

ฟิคสั้นปรมจเรื่องแรกเลยค่ะ เป็นวั่งเซี่ยนแต่เราก็แอบใส่ฟิลเตอร์เซี่ยนวั่งลงไปนิดนึง55555555555555555 แง้ หวังว่าจะสนุกนะคะ♡

เม้น สกรีม หรือติชมได้ที่ทวิต >> https://twitter.com/meionice99s นะคะ💕